chai-C ©'s profile*c*..chai-C..*๐*PhotosBlogListsMore Tools Help

ชาย-C

Occupation

Weather

Loading...

*c*..chai-C..*๐*

_ _ _ ใครใช้ Internet Explorer เวลาเข้าสเปซใครก็ตาม "ต้องกด Refresh" หรือ "ปุ่ม F5" ทุกครั้ง เพื่อดูข้อมูลอัพเดทสเปซล่าสุดนะครับ _ _ _

PowerToy: Custom HTML

Photo 1 of 30
5/2/2007

Linkin Park - What I've Done


In this farewell,

There’s no blood,
There’s no alibi.
‘Cause I’ve drawn regret,
From the truth,
Of a thousand lies.

So let mercy come,
And wash away…

What I’ve Done.
I’ll face myself,
To cross out what I’ve become.
Erase myself,
And let go of what I’ve done.

Put to rest,
What you thought of me.
While I clean this slate,
With the hands,
Of uncertainty.

So let mercy come,
And wash away…

What I’ve Done.
I’ll face myself,
To cross out what I’ve become.
Erase myself,
And let go of what I’ve done.

For What I’ve Done

I'll start again,
And whatever pain may come.
Today this ends,
I’m forgiving what I’ve done.

I’ll face myself,
To cross out what I’ve become.
Erase myself,
And let go of what I’ve done.
What I’ve done.


Forgiving What I’ve Done.


2/17/2007

No Promises

 

กูมันโง่


"ต่ตอนนี้เราห่างกันซักพัก" กูคิดอะไรของกู!



เพราะความงี่เง่าของผมเอง
ที่ทำให้ผมเกือบต้องเสียคนที่ผมรัก
และคนที่รักผมมากที่สุดไป



ในวันวาเลนไทน์ เป็นช่วงเวลาที่หลายๆ คนอาจจะกำลังอยู่กะคนรัก
แต่...
ผมกลับต้องมานั่งเสียใจกับเรื่องไม่เป็นเรื่อง
ผมอยากบอกว่า "ผมขอโทษและผมเสียใจมากครับ"



หลังจากได้คำปรึกษาที่ดีมากๆ จากเพื่อนคนหนึ่ง
ผมไม่รอช้า ที่จะทำตาม
เพื่อไปตามหา "หัวใจ" ของผมกลับคืนมา



ผมรีบไปหาเขา
เรื่องราวต่างๆ ที่เคยคิดว่าจะพูด
แต่กลับไม่จำเป็นต้องพูดอะไรทั้งสิ้น
ผมคิดว่า "รัก" มันอยู่ข้างใน
รักที่รู้กัน โดยไม่ต้องเอ่ยปากบอก



สุดท้าย...ผมก็ได้รู้ว่า....

ขณะที่ผมกำลังคิดมาก
แต่เขากำลังคิดถึงผม

ขณะที่ผมกำลังคิดอยากจะคุยด้วยแต่ไม่โทรไปหา
แต่เขาโทรมาหาผมแต่แล้วผมกลับบอกเขาว่ากำลังยุ่ง

ขณะที่ผมกำลังไม่เข้าใจเขา
แต่เขากำลังเดินจนปวดเท้าเพื่อซื้อของให้ผมในวันวาเลนไทน์

และขณะที่ผมคิดอยากตัดใจเพื่อตัดปัญหาซะ
ผมก็ได้เห็นสิ่ง สิ่งหนึ่ง
ที่อาจจะเป็นแค่สิ่งเล็กๆ
แต่มันเต็มไปด้วยความรู้สึก และความจริงใจที่เขามีให้
ผมอ่านข้อความ ข้อความนั้น
ภาพต่างๆ มันก็ผุดขึ้นมาเต็มไปหมด




เออ... " กูมันโง่ " จริงๆ ด้วย





เรื่องราวครั้งนี้ของผม ทำให้ผมคิดอะไรได้หลายๆ อย่าง
แต่อย่างหนึ่งที่ผมรู้สึกว่ามีมากขึ้น คือ



"ความรัก"



บางทีความไม่เข้าใจกัน เมื่อมันผ่านไปได้
ก็จะทำให้เรารู้ว่า



"ที่จริงแล้ว เรายังรักเขาอยู่ และรักมากขึ้นกว่าเดิมด้วยซ้ำ"




สุดท้าย ผมอยากบอกใครก็ตาม
ที่กำลังมีคนที่คุณรักอยู่
จงรักษาเขาไว้ให้นานที่สุด เท่าที่จะนานได้
มีเรื่องใดที่ไม่เข้าใจกันก็ต้องคุยกัน
หรือไม่ก็ต้องหาใครซักคนเพื่อรับฟัง
อย่าเก็บไว้คนเดียว เพราะจะยิ่งทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างมันแย่ลง
และท้ายที่สุด
ถ้าเมื่อใดที่คุณโกรธกัน
ให้คุณลองนึกถึงสิ่งดีๆ ที่เคยมีให้กัน
สิ่งที่เคยทำร่วมกัน
แววตาคู่นั้นของเขา รอยยิ้มของเขายามที่บอกรักกัน



แล้วคุณจะรู้ว่า "คุณรักเขามากแค่ไหน"







2/13/2007

เพียงแค่คำพูด



"ฉันรักเธอ"

.
.
.

หากมีคนมาบอกรักคุณอย่างนี้
คุณคิดว่า เชื่อได้มากแค่ไหน
ในความคิดของผม บอกตามตรง

"ผม
ไม่เคยเชื่อซักครั้ง"

*

ทำไม?
เพราะเหตุใด?

*

ทุกครั้งที่ได้ยินคำพูดนี้เช่นนี้
ยอมรับว่ารู้สึกดี และชอบฟังเป็นที่สุด

แต่...

คิดไปคิดมา "จะเชื่อได้อย่างไร"

*

"ความรัก" อะไรคือ "ความรัก"
แล้ว "รัก" หล่ะ "รัก" มันเป็นเช่นไร
คุณแน่ใจได้อย่างไร ว่าสิ่งที่คุณทำมันเรียกว่า "รัก"
หรือมันคือ "ความหลง"

*

"รัก" กับ "หลง" บางคนไม่สามารถแยกออกจากกันได้
เป็นเพราะเหตุใด

*

"รัก" การแสดงออกถึงความรัก มันไม่ใช่สักแต่พูดว่า "รัก"
ความรักบางทีไม่จำเป็นต้องพูดก็เข้าใจ
แล้วเข้าใจได้อย่างไร...

*

"หากรักไม่ใช่อยู่ที่การกระทำ"

*

หลายครั้งหลายหน ที่หลายคนต้องเสียใจเพราะคำว่า "รัก"
แล้วเหตุใดเล่า คนเหล่านั้นถึงเสียใจ
ผมตอบแทนพวกเขาไม่ได้หรอก
แต่ถ้าคุณถามผม ผมจะบอกว่า...

*

"รัก ของเขา กับของเรา ความหมายมันต่างกัน"

*
หากผมรักใคร
ผมจะไม่ทำให้คนที่ผมรักเสียใจ

*

หากผมรักใคร
ผมจะไม่ทำให้คนที่ผมรักต้องเจ็บปวดและเสียน้ำตา

*

หากผมรักใคร
ผมจะไม่ทำให้คนที่ผมรักต้องรู้สึกเดียวดายในเวลาที่ผมอยู่เคียงข้างเธอ

*

และหากผมรักใคร
ผมจะแคร์ความรู้สึกของคนที่ผมรักมากที่สุด

*

ความรัก มันคือ การดูแล การเอาใจใส่ การปลอบโยน การเป็นห่วงเป็นใยกัน ....ฯลฯ


.

.

.


ฉันรู้ว่าฉันไม่ใช่ "จุดหมายปลายทาง" ในชีวิตของเธอ
ฉันขอแค่เป็นที่พักริมทางให้เธอหยุดพัก ยามเธอเหนื่อย
แต่ในความเป็นจริงแล้ว "
ฉันไม่เคยแม้แต่เป็นที่พักริมทางของเธอ"
เธอไม่เคยหยุดอยู่ที่ฉัน ในขณะที่ฉันหยุดอยู่กับที่
ตลอดเวลาที่เธออยู่กับฉัน "เธอเดินทางหาที่พักที่ดีกว่าฉันเสมอ"

*

*

"ที่รัก" หากเธอยังรักฉัน เธอจงแสดงให้ฉันเห็นว่า "เธอรักฉัน" อย่างที่เธอพูด
แต่ "ที่รัก" ถึงอย่างไร "ฉันก็ยังได้ยินคำว่ารักจากปากของเธอเสมอ"
และ "ที่รัก! ฉันก็รักเธอมากเช่นกัน"

*

*

*

แต่ตอนนี้เราห่างกันซักพัก แล้วลองคิดทบทวนดูใหม่ว่า
"เธอรักฉันจริง และทำเพื่อนกันและกันได้จริง เท่านี้ที่ขอ"

*

หากเธอยังไม่พร้อม ฉันก็พร้อมยอมรับ คำว่า "ลา"

*

2/4/2007

"บางสิ่งที่เห็น อาจไม่ใช่สิ่งที่เป็น"

มื่อคืนวาน ผมไปหาซื้อดอกไม้ที่ปากคลองตลาดมา...

ตอนนั้นเป็นเวลาดึกแล้ว ไปถึงก็ประมาณห้าทุ่ม
ไปกับสาย 8 นรกแตก นั่งไปลุ้นไป กรูจะถึงปากคลองมั้ยว้าาาา (ขับน่ากลัวมาก)

ไปถึงก็โล่งอก ส่วนเรื่องขากลับก็สายเดิม งั้นเดี๋ยวค่อยมาลุ้นกันใหม่
"ชีวิตมันช่างท้าทายอะไรเช่นนี้" เฮ้อ!

เมื่อรถจอดอย่างสวัสดิภาพก็ลงตรงสะพานพุทธ เพราะสุดสายที่นั่น
แล้วค่อยเดินต่อไปอีกนิดนึงก็ถึงปากคลองตลาด

โห! ดึกป่านนี้แล้วยังมีของขายเพียบ
เพิ่งเคยเห็นนะเนี่ย เพราะเพิ่งเคยมาตอนค่ำๆ มืดๆ เป็นครั้งแรก
เคยแต่ได้ยินว่าที่สะพานพุทธมีของขายเยอะมาก ได้เห็นกะตาก็คราวนี้แหละ
(โถเด็กน้อย!)


แล้วเราก็เดินไปไปหาซื้อดอกกุหลาบแดง 9,999 ดอก (เยอะไปมั๊ง!)
งั้นซักดอกก็คงพอ (อุตส่าห์ถ่อมาซะไกล เพื่อซื้อดอกเดียวนี่อ่ะนะ ไอ้บ้า!)
เออ! หลายดอกก็ได้ - - - (ออกแนวเพี้ยนแล้วตู พูดคนเดียวก็เป็น)

ถามไปเรื่อยๆ ก็มีแต่ราคาอันแพงแสนแพง
แล้วดอกที่บานๆ หน่อย ที่พร้อมจะใช้งานคืนนี้ก็หายากจริงๆ หาไม่ได้เลย มีแต่ดอกตูมๆ
และถูกสุดก็ 150 อ่ะ แต่ก็จะทำไงได้
"ช่วงนี้ใกล้วาเลนไทน์ ดอกกุกลาบมันแพง" (แม่ค้าบอก)
งั้นหรือว่ากรูจะซื้อดอกบัวแทนดีมั้ย ท่าทางจะถูกกว่า -_-" เพื่อ?

เฮ้อ! สุดท้ายก็มาเจอร้านนึง ดอกกุหลาบดอกใหญ่มาก (แม่ค้าบอกว่าเป็นเบอร์ 1)
ดอกละ 20 (ก็ถือว่าไม่แพง)
มีหลายสีให้เลือกสรร งั้นเลือกสีขาวซักดอกเอาไปให้ ... ดีกว่า
แม้ค้าก็เลยแกะตาข่ายที่หุ้มดอกไว้ออก แล้วเอาไปแช่น้ำในถัง
บอกว่าต้องแช่น้ำซักพัก "แป๊บเดียว" แล้วดอกมันจะบาน

ระหว่างที่เราเลือกดอกกุหลาบสีขาวอยู่นั้น
ก็มีผู้ชายสองคนมาเลือกดอกกุหลาบด้วยกัน เค้าเลือกสีแดง
แล้วเค้าก็ถามแม่ค้าว่า "สีแดงนี่หมายถึง รัก ใช่ไหมครับ" แม่ค้าก็ยิ้มบอกเป็นนัย
แล้วสองคนนั้นก็เลือกกันต่อไปซักพัก ส่วนกรูก็เลือกดอกไม้ของกรูต่อไป

ในสองคนนั้น มีคนนึงถามอีกคนนึงว่า "จะซื้อกี่ดอกดี"
อีกคนตอบว่า "แล้วแต่มึง"
"งั้นดอกเดียวพอ ดอกเดียวรักเดียว จริงใจดี"
.
อืม! กรูฟังอยู่ด้วย โรแมนติกฉิบหาย (ขอโทษที่หยาบคาย แต่เดี๋ยวมันไม่ได้อารมณ์)
กรูก็เลยเงยขึ้นไปมองหน้าคนพูดหน่อยดิ๊ ว่าหน้าตามันเป็นไง
อืมหน้าตาดี สงสัยแฟนคงสวยน่าดู (เป็นหมอดูอีกแล้วกรู)

ทั้งคู่เค้าก็คุยกันถามกันไปเรื่อยๆ ว่าดอกไหนสวย แบบไหนดีกว่า
ตามเรื่องตามราว ประมาณว่า จะซื้อดอกกุหลาบให้สาว แล้วถามความเห็นเพื่อน ให้เพื่อนช่วยเลือก

"มึงชอบดอกไหน" คนนึง ถามอีกคนนึง
อีกคนก็หยิบขึ้นมาดอกนึง แล้วบอกว่า
"กูชอบดอกนี้"
"งั้นเอาดอกนี้" คนที่ถามพูด พร้อมกับยื่นเงินให้แม่ค้า 20 บาท
แล้วทั้งคู่ก็เดินหายไป



ดอกกุหลาบขาวที่แช่น้ำไว้ไม่บานซักที นี่ก็ห้าทุ่มครึ่งแล้ว
เราก็เลยบอกแม่ค้าว่า "งั้นเดี๋ยวผมมานะครับ เอาดอกนี้แหละ ผมขอไปซื้ออย่างอื่นก่อน"
แม่ค้าก็ยิ้มพยักหน้า บอกว่า "ไปเดินสะพานพุทธก่อนก็ได้ อีกซักพักแหละกว่าจะบาน"
(อ้าว! ไหนบอกว่าแป๊บเดียว)


เดินไปก็ถามราคาไปเรื่อยๆ ราคาก็เท่ากันทุกร้าน


แต่เมื่อเดินมาถึงร้านนึง
.
.
.
เจอผู้ชายคู่เดิมเมื่อตะกี๊นั่นอีกแล้ว
เราก็ไม่ได้สนใจอะไร แค่ยังติดใจกับคำพูดโรแมนติคเมื่อครู่นี้ ก็เลยจำสองคนนี้ได้

เราก็ยืนเลือกดูกุหลาบของเราไปเรื่อยๆ
ส่วนคู่นั้นก็ยืนคุยกันอยู่ข้างหลัง

"มึงจะเอาอีกมั้ย" คนที่ซื้อดอกกุหลาบแดง 1 ดอก ถามอีกคนที่ถือดอกกุหลาบแดงดอกนั้นอยู่
"ไม่เอาแล้วววว มึงซื้อให้กูแค่นี้กูก็รักมึงจะแย่แล้ว
แค่นี้ก็พอแล้ว นี่กูก็ตกลงเป็นแฟนมึงแล้วนี่" คนที่ถือดอกกุหลาบแดงบอก

เหวอ!

กระผมได้ยินก็อึ้งนิดหน่อย เพราะปกติจะมองคนไม่ค่อยพลาด
แต่คราวนี้พลาด ก็เลยแอบหันไปมอง
ตกลงเค้าสองคนเป็นแฟนกันจริงๆ ด้วย
เหอะๆ น่ารักดีเนอะ

มองดูนาฬิกาอีกที ห้าทุ่มสี่สิห้านาทีแล้ว
ผมจึงรีบเดินกลับไปซื้อกุหลาบขาวที่ร้านเดิม
แม่ค้าบอกว่า "ไปเร็วจัง ยังไม่บานเล้ยยยย"
"ไม่เป็นไรครับ งั้นผมเอาดอกนี้แทนก็ได้ เดี๋ยวรถเมล์คันสุดท้ายออกเที่ยงคืนครับ"
ผมจ่ายเงินให้แม่ค้า แล้วรีบไปขึ้นรถเมล์สายนรกแตกสายเดิม

ระหว่างทางที่เดินมาก็คิดอะไรไปด้วยหลายอย่าง
"เรามาที่นี่ เพื่อใครนะเนี่ย"
ทั้งๆ ที่ไม่เคยคิดมาก่อนว่า
"คนอย่างเราจะมีใครซักคนไว้ให้มอบดอกไม้ให้ เหมือนกะคนอื่นเค้าด้วย"

และอีกเรื่องนึงที่อดคิดไม่ได้ก็เรื่องของ "สองคนนั้น"
ตอนแรกที่เห็นก็ไม่คิดเล้ยยย ว่าเค้าจะเป็นอะไรกันมากกว่าเพื่อนผู้ชาย
ยังไงก็ไม่น่าเชื่อเลยว่า "สองคนนั้นจะเป็นแฟนกัน"
แต่ก็นั่นแหละ ...
การมองคนแค่ผิวเผิน ก็ไม่สาสารถตัดสินตัวตนของเขาได้
(จนกว่าจะได้ยินเค้าคุยกันน่านแหละ)
.
"สิ่งที่เราเห็น บางทีก็ไม่ใช่สิ่งที่เค้าเป็น"